การเลือกปั๊มน้ำไม่ใช่แค่เรื่องของการสูบน้ำ แต่คือการลงทุนให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

หากเลือกให้ตรงกับลักษณะแหล่งน้ำและการใช้งาน จะช่วยทั้งประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่าย และยังทำให้ปั๊มใช้งานได้นานขึ้นอีกด้วย

ปั๊มซับเมอร์ส (Submersible Pump)

หรือที่เรียกกันว่าปั๊มบาดาล เป็นปั๊มน้ำที่ออกแบบมาให้ทำงานใต้น้ำโดยตรง ตัวเครื่องจะถูกซีลกันน้ำอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันมอเตอร์เสียหายจากการโดนน้ำ

  • จุดเด่น: ไม่ต้องทำการ Priming เพราะตัวปั๊มอยู่ใต้น้ำตลอดเวลา ใช้สำหรับสูบน้ำจากแหล่งน้ำที่อยู่ลึก เช่น บ่อบาดาลหรือบ่อน้ำที่มีความลึกเกิน 10 เมตรขึ้นไป
  • ข้อดี: ทำงานเงียบเพราะใต้น้ำ, ไม่ต้องกังวลเรื่องการดูดน้ำไม่ขึ้น, ทนทานต่อการกัดกร่อน
  • ข้อควรระวัง: ราคาสูงกว่าปั๊มหอยโข่ง, ต้องเลือกขนาดและแรงดันให้เหมาะกับความลึกของบ่อ

 

 

ปั๊มหอยโข่ง (Centrifugal Pump)

ปั๊มหอยโข่งคือปั๊มน้ำที่ใช้แรงเหวี่ยงในการส่งน้ำ เหมาะกับงานที่ต้องการปริมาณการไหลสูงและต่อเนื่อง โดยมีหลักการทำงานคือใช้ใบพัดหมุนด้วยความเร็วสูงเพื่อสร้างแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง ทำให้น้ำหรือของเหลวถูกดูดเข้าสู่แกนกลางของใบพัด แล้วถูกผลักออกไปยังท่อส่งน้ำด้วยแรงเหวี่ยงนั้นเอง

  • จุดเด่น: ให้ปริมาณน้ำมากในเวลาสั้น เหมาะกับงานที่ต้องการสูบน้ำจำนวนมาก สูบน้ำจากบ่อเปิด เช่น สูบน้ำจากคลอง สระ หรือบ่อที่ไม่ลึกมาก
  • ข้อดี: ติดตั้งง่าย, ซ่อมบำรุงสะดวก, ให้ปริมาณน้ำมากในเวลาสั้น
  • ข้อควรระวัง: ต้องมีน้ำหล่อเลี้ยงในตัวปั๊มก่อนเริ่มทำงาน (Priming) และไม่เหมาะกับน้ำที่มีเศษตะกอนหรือสิ่งสกปรกมาก เพราะอาจทำให้ใบพัดสึกหรอเร็ว

 

 

ปั๊มไดโว่ (Dewatering Pump/Drainage Pump)

เป็นปั๊มน้ำที่ออกแบบมาให้ใช้งานโดยการ จุ่มลงไปในน้ำโดยตรงคล้ายกับปั๊มซับเมอร์สแต่ถูกออกแบบให้ทนต่อสิ่งเจือปนในน้ำ โดยใบพัดและช่องทางน้ำมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อป้องกันการอุดตัน เหมาะกับงานบ้าน งานเกษตร และงานสูบน้ำทั่วไป เช่น สูบน้ำท่วม สูบน้ำจากบ่อ หรือสระน้ำ

  • จุดเด่น: เคลื่อนย้ายง่าย ใช้ได้ทั้งงานชั่วคราว เช่น สูบน้ำท่วม น้ำเสีย หรือน้ำที่มีเศษปนเปื้อน
  • ข้อดี: ออกแบบมาให้ทนต่อสิ่งเจือปน, เคลื่อนย้ายสะดวก, ใช้งานชั่วคราวได้ดี
  • ข้อควรระวัง: ไม่เหมาะกับงานที่ต้องการแรงดันสูงหรือการใช้งานต่อเนื่องยาวนาน เช่น สูบน้ำบาดาลลึก

 

 

แดดดีขอบอกเกล็ดความรู้เล็กๆในการเลือกปั๊มว่า เราควรทราบข้อมูลอะไรบ้างเพื่อง่ายต่อการตัดสินใจ

  • ตรวจสอบ ความลึกและปริมาณน้ำ ก่อนเลือกปั๊ม
  • คำนวณ แรงดันและปริมาณน้ำที่ต้องการใช้จริง
  • เลือกปั๊มที่มี มาตรฐานและอะไหล่รองรับ เพื่อการบำรุงรักษาในระยะยาว

การเลือกที่ถูกต้องไม่เพียงช่วยให้ใช้งานได้ดี แต่ยังลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการซ่อมบำรุงในอนาคตอีกด้วย

เมื่อเราทราบความต้องการแล้วว่าเราควรใช้ปั๊มอะไรทีนี้ก็เลือกปั๊มกันได้เลย

Visitors: 371,432